“Lady’s hand, eagle’s eyes, lion’s heart” 
เป็นคติประจำใจที่นักบินมืออาชีพทุกคนระลึกถึงเสมอ นอกเหนือจากคตินี้แล้ว การที่จะนักบินมืออาชีพที่ดีได้นั้นจะไม่ได้วัดกันที่เพียงแค่บินเก่ง หรือลงนิ่มนวลแค่นั้นหรอกนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ
“ความปลอดภัย ความรู้และทักษะในการทำงานกันเป็นทีมครับ” ผู้โดยสารอาจจะตัดสินนักบินว่าเก่งหรือไม่เพียงแค่ว่าลงนิ่มก็พอแล้ว แต่ในความเป็นจริงการลงนิ่มแบบไม่รู้สึกอะไรเลยอาจจะไม่ปลอดภัยก็ได้นะครับ อย่างเช่นเวลาที่สนามบินมีฝนตก รันเวย์ลื่น นักบินเลือกที่จะบินลงสนามบินด้วยความเร็วต่ำๆ พยายามพาเครื่องบินแตะพื้นโดยให้ยางที่ล้อ กดลงไปบนพื้นรันเวย์ให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวระหว่างล้อกับรันเวย์ ทำให้ป้องกันการลื่นไถล แทนที่จะลงแบบนิ่มๆเฉือนพื้นซึ่งมีโอกาสลื่นไถลตกรันเวย์มาก การลงแบบนี้เรียกว่า “Firm” ครับ ผลที่ตามมาคือผู้โดยสารอาจจะรู้สึกถึงการสัมผัสพื้นเล็กน้อยแต่รับประกันว่าปลอดภัยแน่นอนครับ หรือเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นกระทันหันบนท้องฟ้า ถ้านักบินบินนิ่มอย่างเดียวไม่มีความรู้ และทักษะในการทำงานเป็นทีมเพื่อเข้าถึงปัญหาและแก้ใขในเวลาคับขันแล้วหล่ะก็...อันตรายแน่นอนครับ เครื่องบินมันไม่ได้รู้ว่าเราบินเก่งหรือไม่เก่ง จังหวะนั้นมันต้องการรู้แค่ว่าเราจะควบคุมแก้ไขปัญหา และ บังคับให้มันบินต่อได้อย่างปลอดภัยหรือเปล่าแค่นั้นเองครับ
ก่อนที่จะหลุดไปเรื่องอื่น จริงๆแล้วผมอยากจะกล่าวถึงโสตประสาทของนักบินที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสายตาก็คือ “การได้ยิน” ครับ ดังนั้นอวัยวะพระเอกในวันนี้ของเราก็คือ “หู” นั่นเองครับ
สำหรับการบินแล้ว “การได้ยิน”ของเราจะมีวิสัยทัศน์ที่ไกลกว่า “สายตา”ครับ เพราะนักบินนอกจากมี “Eagle’s eyes” แล้วผมยังคิดว่ายังต้องมี “Bat’s ears”ด้วยครับเนื่องจากขณะที่เราบินอยู่เรามองไม่เห็นหรอกครับว่า มีเครื่องบินลำอื่นอยู่ตรงไหน เช่น เราเพิ่งบินออกจากกรุงเทพ มีเครื่องบินลำอื่นๆที่ใกล้จะถึงเชียงใหม่ หรืออยู่ระหว่างทางกี่ลำ “หู” ของเรานี่แหละครับ จะทำให้เรารู้ได้ทันที เพราะเราจะได้ยินเสียงจากเครื่องบินทุกลำในบริเวณนั้นติดต่อกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นผ่านทางความถี่วิทยุเดียวกันเป็นระยะๆตลอดเวลาครับ นอกจากนั้นเราจะต้องคอยฟังการรายงานสภาพอากาศของสนามบินที่จะไปลงก่อนทุกครั้งผ่านทางคลื่นVHF*(Very High Freq. 30-300MHz) หรือฟังยากหน่อยผ่านคลื่น HF**(High Freq. 3-30MHz ดังนั้นคลื่นวิทยุเพลงที่เราฟังเพลินๆกันตั้งแต่FM 87.5-108.0MHzนั้นอยู่ในช่วงของคลื่นVHFนั่นเองครับ ในขณะที่เพลงบนคลื่นวิทยุAM 531-1602 KHzอยู่ในช่วงของคลื่นMF หรือ Medium Freq.ครับ)
*เรียกว่า ATIS (Automatic Terminal Information Service) ไม่จำเป็นต้องผ่านVHFอาจมาทางLF(Low Freq.)ก็ได้ครับในบางสถานีลองเลือกฟังดูเล่นๆครับ
**เรียกว่า VOLMET ลองฟังได้ที่นี่ครับ (เป็นตัวอย่างที่ไม่มีเสียงซ่ารบกวนนะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วจะมีเสียงซ่ามากๆ)
ในความเห็นของผม ผมว่าคลื่นHFฟังยากมากๆเลยครับ เพราะจะมีเสียงซ่าๆตลอดเวลาแต่ข้อดีของHFคือสามารถส่งสัญญาณได้ไกลมาก (ตั้งแต่ 200-2000 ไมล์ทะเล ในขณะที่ VHFส่งได้ไกลสุดแค่ประมาณ 250 ไมล์ทะเลเองครับ) นอกจากจะฟังยากแล้ว เนื้อหาข้อความที่ต้องรู้ค่อนข้างจะยาว จดก็ต้องจด ฟังออกอย่างเดียวก็ไม่ได้ต้องแปลความหมายให้ได้ด้วยเพราะเป็นตัวย่อทางอุตุนิยมวิทยา ก็เพราะการฟังเจ้านี่ นี่แหละที่ทำให้ผมเข้าใจว่านอกจากนักบินสายตาต้องดีแล้ว หูต้องดีอีกด้วย
“หู” ของเรามีประโยชน์มากมายครับ แค่รับฟังคนอื่นเพียงอย่างเดียวก็ทำให้คนรอบข้างเราสบายใจและมีความสุขแล้วครับ นอกจากนั้น หูยังมีส่วนร่วมในการประกอบอาชีพทำงานหลายๆอย่างอีก ดังนั้นเราจึงควรรักษาสุขภาพหูของเราให้ดีนะครับ
การรับรู้ของหูของเราสามารถโดนทำลายได้เนื่องจากการที่ได้อยู่ในที่เสียงดังนานๆครับเช่น การอยู่ในผับนานๆบ่อยๆ หรืออยู่ในโรงงานที่มีเสียงดังตลอดเวลา ถ้าผมไม่ต้องถูกตรวจหูตอนตรวจร่างกายประจำปีก็ไม่รู้สึกหรอกครับ ว่าการอยู่กับเสียงดังนานๆมันบั่นทอนประสาทการได้ยินของเราไปขนาดไหน ในการตรวจสอบคุณหมอก็จะให้ฟังความถี่ต่างๆที่คนได้ยินในห้องเก็บเสียงครับ เมื่อได้ยินก็กดปุ่มแสดงถึงการได้ยิน ปรากฎว่าผลการตรวจสอบหูของผมในความถี่สูงที่สุด ผมมีประสิทธิภาพในการฟังได้ไม่เต็มที่ครับแต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ซึ่งต่างจากปีที่แล้ว เห็นปกติๆดีๆนี่แหละครับไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นไปได้อาจจะเพราะก่อนหน้านี้ผมไปเที่ยวผับค่อนข้างบ่อยครับ หมอท่านบอกว่าอาการมันน่าจะเป็นชั่วคราวเพราะเราไม่ได้อยู่ในสถานที่เสียงดังๆทุกวัน อาการมันก็จะดีขึ้นถ้าเราไม่ไปอยู่ในที่ๆเสียงดังเป็นเวลานานๆอีก เพื่อนของผมคนนึงการได้ยินในช่วงเสียงบางความถี่ต่ำกว่าเกณฑ์มาก ซึ่งเจ้าตัวก็สารภาพครับว่าเที่ยวตามผับบ่อยมากๆเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่นตอนต้น (ตอนนี้ก็ยังเป็นวันรุ่นอยู่นะครับแค่ตอนปลาย...เท่านั้นเอง:-) ) ดังนั้นผมคิดว่าถ้าจำเป็นต้องออกไปสังสรรรค์ตอนกับเพี่อนๆตอนกลางคืนบ่อยๆ ควรเลือกสถานที่ที่มีเสียงดังน้อยๆจะดีที่สุดครับ หรือเอากระดาษทิชชูม้วนเล็กๆอุดหูไปเลย หูจะได้ไม่ตึงตอนแก่ครับ ผมเชื่อว่าสนุกหรือไม่สนุกคงไม่เกี่ยวกับต้องฟังเพลงเสียงดังหรอกครับ เพลงไม่ดังผมก็สนุกได้เหมือนกัน... ดูแลสุขภาพของเราดีกว่า
ของแถมก่อนจากกันครับ ผมมีวิธีการจำรหัสมอร์ส(Morse Code) ภายใน 10 นาทีมาฝากครับ ผมเองพยายามจำมาหลายครั้งแต่ไม่เคยจำได้เลย พอดีมีพี่กัปตันมาชี้ทางสว่างให้ครับ เพราะผมต้องโดนทดสอบการฟังรหัสมอร์ส ไม่ยากครับ... รับรองว่าเพียงแค่ลองหัดเขียนเอง แปลงจากตัวอักษรไปเป็นรหัสมอร์สประมาณ 2-3 เที่ยวก็จำได้แล้วครับ ง่ายจริงๆ เค้าอาศัยหลักการที่ว่าคนเราจะจำรูปภาพได้ดีที่สุดมาช่วยจำครับ

รูปนี้ผมวาดขึ้นมาเอง สิ่งสำคัญคือต้องพยายามมองความสัมพันธ์จากรูปทรงของต้วอักษรภาษาอังกฤษให้ออกแล้วแปลงเป็นรหัสมอร์สให้ได้ จากบนลงล่าง ซ้ายไปขวาครับ เท่านี้ก็เป็นเรื่องง่ายแล้วครับ มันอาจจะยากหน่อยเนื่องจากไม่มีคนคอยนั่งอธิบาย แต่พยายามหน่อยน่า...